พฤษภาคม 30, 2020

About Francisca

Here are my most recent posts

สินค้าเกษตรการส่งออก เพื่อป้องกันอาหารไม่ได้คุณภาพและสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐ

สินค้าเกษตรการส่งออก  พัฒนาระบบข้อมูลสถานที่ผลิตอาหารและฟาร์ม เพื่อควบคุมความปลอดภัยทั่วโลก

สินค้าเกษตรการส่งออก

การส่งออกของสินค้าเกษตรและอาหารเข้าสหรัฐฯว่ายากแล้ว แต่ต่อไปนี้จะเข้มงวดขึ้นไปอีก…เมื่อองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA)ได้ออกระเบียบมาใหม่เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสินค้าอาหารที่นำเข้า เพื่อป้องกันอาหารไม่ได้คุณภาพและสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ พัฒนาระบบข้อมูลสถานที่ผลิตอาหารและฟาร์ม เพื่อควบคุมความปลอดภัยทั่วโลก

ประกาศระเบียบใหม่หลังจากสหรัฐอเมริกาต้องนำเข้าสินค้าอาหาร 15% ของความต้องการบริโภคในประเทศ เฉพาะในช่วง 15 ปีหลัง ได้มีการนำเข้าผักสดเพิ่มขึ้น 32% ผลไม้สด 55% อาหารทะเล 94%
เพิ่มการตรวจสถานที่ผลิตอาหารในประเทศผู้ผลิต ผู้จัดส่งสินค้าจะต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารตามมาตรฐานสหรัฐฯ…แต่จะลดการตรวจในประเทศผู้ส่งออกที่มีระบบตรวจสอบความปลอดภัยที่เทียบเท่ากับสหรัฐฯ เช่น แคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

พัฒนาการสุ่มตรวจเป้าหมายที่ถูกขึ้นบัญชีจับตามองเมื่อพบอาหารไม่ปลอดภัย หรือสุ่มเสี่ยง อาจมีการบังคับเรียกเก็บสินค้าออกจากตลาดอย่างทันท่วงที
พัฒนาระบบข้อมูลสถานที่ผลิตอาหารและฟาร์มทั่วโลก เพื่อควบคุมความปลอดภัย…

โครงสร้างของโนโรไวรัส สาเหตุหลักของการทำให้เกิดโรคระบาดที่มาจากอาหาร

โครงสร้างของโนโรไวรัส กรณีไปทั่วโลก ยังไม่สามารถหาวิธีการรักษาที่ดีอและอย่างมีประสิทธิภาพพอที่จะต่อต้าน

โครงสร้างของโนโรไวรัส

Noroviruses สาเหตุหลักของการทำให้เกิดโรคระบาดที่มาจากอาหาร คิดเป็น 58% ของการแพร่ระบาดทั้งหมดและในแต่ละปีมีถึง 685 ล้านกรณีไปทั่วโลก ยังไม่สามารถหาวิธีการรักษาที่ดีอและอย่างมีประสิทธิภาพพอที่จะต่อต้านกับไวรัสชนิดดังกล่าว นักวิจัยจึงพยายามศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างที่ซับซ้อนของโนโรไวรัส โดยเชื่อว่าอาจจะนำไปสู่หนทางพัฒนาวัคซีน

นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการโคลด์ สปริง ฮาร์เบอร์ Cold Spring Harbor-CSHL ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาได้เผยว่านักวิจัยจำเป็นต้องเข้าใจว่ารูปร่างของโนโรไวรัสนั้นมีลักษณะอย่างไร มีความแตกต่างทางรูปร่างของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันอย่างไร นักวิจัยจึงมีการทดลองแก้ปัญหาโครงสร้างของโนโรไวรัส 4 สายพันธุ์โดยใช้กล้อง จุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบแช่แข็ง cryo-electron microscopy ที่ทำให้ได้เห็นถึงความละเอียดของโครงสร้างอันซับซ้อนที่เป็นเปลือกนอกของไวรัส จากนั้นก็ได้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆที่สามารถ ช่วยในการชี้นำไปสู่การพัฒนาวิธีต่อสู้กับการติดเชื้อโนโรไวรัสได้

ทีมวิจัยพบว่าแต่ละสายพันธุ์นี้จะมีปฏิกิริยาต่อเซลล์ของมนุษย์ที่ต่างกันออกไป และมีวิธีการผูกมัดสารภูมิต้านทานก็จะแตกต่างกันไปอีกเช่นกัน ซึ่งการพัฒนาสร้างวัคซีนจึงควรได้รับการกำหนดให้แน่ชัด โดยคำนึงถึงความผันแปรของสายพันธุ์และรูปแบบโครงสร้างของไวรัสนั่นเอง.…

ยาฆ่าแมลงตกค้างในผัก เมื่อสารเหล่านี้ตกค้างเข้าสู่ร่างกายก็จะสะสม นานวันกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง

ยาฆ่าแมลงตกค้างในผัก เป็นอันตรายต่อระบบสมองและประสาท

ยาฆ่าแมลงตกค้างในผัก

อาหารหลัก 5 หมู่ คือกลุ่มอาหารสำคัญต่อร่างกายที่ต้องควรได้รับในแต่ละวัน ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรตและโปรตีนเป็นหลัก ส่วนวิตามิน แร่ธาตุ ไขมันและสารอาหารอื่นๆ แม้ว่าร่างกายต้องการปริมาณไม่มากแต่ก็สำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะมีส่วนช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและสุขภาพแข็งแรง

ผักผลไม้สดนับเป็นแหล่งของแร่ธาตุ วิตามินและใยอาหารที่สำคัญให้แก่ร่างกาย แต่การทานผักอาจจะไม่ได้ส่งผลดี หากมีสารกำจัดแมลงและศัตรูพืชตกค้าง สารกำจัดแมลงและศัตรูพืชที่เกษตรกรใช้มีด้วยกัน 4 กลุ่มคือ กลุ่มออร์กาโนคลอรีน กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมตและกลุ่มไพรีทรอยด์

เมื่อสารเหล่านี้ตกค้างเข้าสู่ร่างกายก็จะสะสม นานวันกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง เช่น เป็นอันตรายต่อระบบสมองและประสาท ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมี กระทบต่อต่อมไร้ท่อ (ฮอร์โมน) และอาจเป็นพิษต่อตับและไต แต่ถ้าเกษตรกรใช้สารกำจัดแมลงและศัตรูพืชอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามมาตรฐาน GAP อันตรายเหล่านี้ก็อาจไม่ตกมาถึงผู้บริโภคอย่างเราๆได้

สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างผักสด 5 ชนิด ได้แก่ คะน้า ผักบุ้ง ผักกระเฉด ผักแขนง และกุยช่ายขาว ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของสารกำจัดแมลงและศัตรูพืชรวม 58 ชนิด และพบสารไซเพอร์เมทรินตกค้างในผักคะน้า และพบสารคลอร์ไพริฟอสเอทิล, สารไซเพอร์เมทรินตกค้างในผักกระเฉด แต่ปริมาณที่พบน้อย

ไม่เกินค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารที่มีสารพิษตกค้าง

ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยควรนำผักมาล้างด้วยน้ำสะอาดโดยแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที วิธีง่ายๆแค่นี้ก็สามารถลดสารเคมีตกค้างลงจนไม่เกิดอันตรายต่อร่างกายได้…

กรรมวิธีการแปรรูป ปลาปร้า แบบไม่ถูกสุขลักษณะอาจจะก่อให้เกิด เชื้อโรคในปลาร้าดิบได้

กรรมวิธีการแปรรูป ปลาปร้า ผู้บริโภคต้องตระหนักถึงผู้ใช้ให้มาก และต้องมั่นใจได้ถึงความสะอาดและปลอดภัย

กรรมวิธีการแปรรูป ปลาปร้า

ปลาร้า เป็นการถนอมอาหารซึ่งเป็นการเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยภาคอีสาน ที่มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ปลาร้ารำข้าวและปลาร้าข้าวคั่ว เป็นกรรมวิธีการแปรรูปแบบไม่ยุ่งยาก นำปลาสดทำความสะอาด ขอดเกล็ด ตัดหัว ควักไส้ ล้างน้ำให้สะอาดหมดคาว นำปลาคลุกเคล้ากับเกลือ หมักทิ้งไว้ในภาชนะและบรรจุปิดสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้แมลงวันสิ่งแปลกปลอมเข้า ทิ้งไว้ 4-5 เดือน หรือเป็นปีก็จะได้ปลาร้ากลิ่นหอม รสชาติดี

ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมได้มีการเริ่มผลิตปลาร้าเป็นจำนวนขึ้น ระบบคุณภาพ ความปลอดภัยเป็นตัวช่วยในการควบคุมในเรื่องสุขลักษณะที่ดีในการผลิต ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงความสะอาดและปลอดภัย แต่หากมีการผลิตแบบตามครัวเรือน หมักถังใหญ่หลายๆถัง แล้วนำมาตักแบ่งขายเป็นขีดๆ หรือเป็นกิโลกรัม

การผลิตแบบนี้หากล้างทำความสะอาดวัตถุดิบไม่ดีพอ ไม่รักษาสุขลักษณะที่ดี อาจจะทำให้ปลาร้าปนเปื้อนกับเชื้อก่อโรค เช่น เชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส เชื้อชนิดนี้ เจริญเติบโตได้ในอุณหภูมิ 35-40 องศาเซลเซียส โดยเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส บางสายพันธุ์ก็สามารถผลิตสารพิษที่เรียกว่า เอนเทอโรทอกซิน หากได้เข้าสู่ร่างกายแล้วจะทําให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ

อาจจะทำให้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน ปวดหัว เป็นตะคริวในช่องท้อง และอ่อนเพลีย บางรายอาจจะเป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ ทำให้อาจเกิดการเต้นของชีพจรผิดปกติ

ตามเกณฑ์คุณภาพจุลชีววิทยาของอาหารและภาชนะสัมผัสอาหารฉบับที่ 3 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กำหนดให้อาหารหมักพื้นเมืองปลาร้า พบเชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อนได้น้อยลงกว่า 100 CFU/กรัม

เพื่อความสบายใจ และสถาบันอาหาร ได้สุ่มตัวอย่างปลาร้าดิบจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯและปทุมธานี นำมาวิเคราะห์เชื้อ สแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส ปนเปื้อน ผลปรากฏว่าไม่พบการปนเปื้อนทุกตัวอย่าง แต่อย่าพึ่งชะล่าใจกันไปมากหนัก

หากซื้อปลาร้าดิบมาแล้วยังไม่ทาน ควรเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น และควรปรุงให้สุกก่อนทานทุกครั้ง รับรองความปลอดภัยจากเชื้อก่อโรคชัวร์…

ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีสาน 3-MCPD ปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลือง

ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีสาน 3-MCPD อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งในตัวของผู้ใช้ได้

ผลิตภัณฑ์อาหาร ที่มีสาน 3-MCPD

เป็นการผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการย่อยสลายของโปรตีนถั่วเหลือง หรือส่วนผสมของถั่วเหลืองและแป้งข้าวสาลีที่มีการโดยหมัก การย่อยของสารเคมีที่แล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ในระดับพาสเจอไรซ์แล้วบรรจุลงใส่ขวด ซอสถั่วเหลืองส่วนใหญ่มักมีกระบวนการผลิต 2 รูปแบบคือ

การหมักด้วยจุลินทรีย์แบบดั้งเดิม วิธีนี้จะทำซอสจะมีรสชาติดีมากยิ่งขึ้น กับอีกวิธีด้วยการที่ย่อยสลายโปรตีนของถั่วเหลือง ใช้กรดเกลือความเข้มข้นสูงในสภาวะที่มีอุณหภูมิสูง วิธีนี้ถึงแม้จะมีรสชาติด้อยกว่าของวิธีแรก แต่วิธีนี้ทําให้สาร 3-MCPD เกิดขึ้นและปนเปื้อนอยู่ในซอสถั่วเหลือง หากร่างกายได้มีการรับปริมาณสาร 3-MCPD ปริมาณมากและบ่อยครั้ง จะทําให้เกิดเป็นพิษระยะยาว โดยสารดังกล่าวองค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติได้จัดให้เป็นสารในกลุ่ม 2B

ที่อาจจะก่อให้เกิดมะเร็งในตัวของผู้ใช้ได้ สถาบันอาหาร ได้มีการสุ่มตัวอย่างซีอิ๊วขาวและซอสถั่วเหลืองจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ยี่ห้อที่วางจำหน่ายในกรุงเทพฯ นำมาวิเคราะห์ปริมาณสาร 3-MCPD แต่ยังมีปริมาณที่ไม่ปริมาณเกินค่ามาตรฐานของไทย ที่กำหนดให้พบสาร 3-MCPD ปนเปื้อน ในผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองได้ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เห็นผลวิเคราะห์อย่างนี้แล้ว วันนี้ใช้ซีอิ๊วขาวและซอสถั่วเหลืองปรุงอาหารหรือปรุงรสกันได้อย่างสบายใจ แต่ขอแนะเพิ่มว่า อย่าทานอาหารเดิมซ้ำๆ เน้นทานผัก ผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถต่อต้านสารพิษได้.…

BETAGRO ตอกย้ำความมุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุผรภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น

BETAGRO ร่วมฝ่าวิกฤต COVID-19 ชูโครงการ เบทาโกร เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

BETAGRO

เบทาโกร ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารคุณภาพชั้นนำของประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นช่วยให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม

เปิดตัวโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เติมเต็มให้คนไทยมีสุขภาพดีผ่านอาหารคุณภาพ ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม มอบความช่วยเหลือเร่งด่วน และสนับสนุน 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาคสาธารณสุข, ภาครัฐบาล และภาคประชาชน ให้สามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร กล่าวว่า “นับแต่เริ่มมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติงานกันอย่างหนัก ประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นทำให้สินค้าจำเป็นบางประเภทมีราคาสูงขึ้น เครือเบทาโกรในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารของคนไทยที่ตระหนัก และให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยเป็นพิเศษมาโดยตลอด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่ต้องการช่วยให้ประชาชนและชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยอาหารที่มีคุณภาพมากขึ้น ปลอดภัยมากขึ้น ในราคาที่เป็นธรรม จึงได้จัดทำโครงการเฉพาะกิจ ‘BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน โดยแบ่งเป็นความช่วยเหลือเร่งด่วน และมาตรการ ดังนี้

การสนับสนุนภาคสาธารณสุข

1.มอบเงินบริจาคจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมมอบเจลแอลกอฮอล์ 5,000 ขวด ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันบำราศนราดูร, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

2.มอบวัตถุดิบอาหารสดแช่แข็ง กว่า 30,000 กิโลกรัม ผ่านคาราวาน BETAGRO #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรด้านการแพทย์ ให้มีอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย รับประทาน โดยทยอยส่งมอบตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ให้แก่ 22 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้แก่

กรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลศิริราช, และสถาบันบำราศนราดูรภาคเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์, โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก), โรงพยาบาลเกาะคา ลำปาง และโรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา, โรงพยาบาลมหาสารคามภาคกลาง ได้แก่ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี นครนายก, โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี ปทุมธานี, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ปทุมธานี, โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี, โรงพยาบาลนครปฐม, โรงพยาบาลสมุทรปราการ และโรงพยาบาลสมุทรสาครภาคตะวันตก ได้แก่ โรงพยาบาลราชบุรีภาคใต้ ได้แก่ โรงพยาบาลพัทลุง, โรงพยาบาลวชิรภูเก็ต, โรงพยาบาลกระบี่, โรงพยาบาลมหาราช นครศรีธรรมราช

3.สนับสนุนพันธมิตรผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย ‘หมูทอดเจ๊จง’ มอบผลิตภัณฑ์หมูหมักพร้อมปรุง จำนวน 1,000 กิโลกรัม เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับนำไปจัดทำอาหารให้แก่บุคลากรทางการแพทย์

การสนับสนุนและขานรับนโยบายภาครัฐบาล

ผลิตและส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ทั้งผลิตภัณฑ์เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์แปรรูป จากฐานการผลิตอาหารที่มีคุณภาพมาตรฐานของเครือเบทาโกร!

การช่วยเหลือภาคประชาชน

กระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศตรงเวลาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้า และบริการได้อย่างสะดวกสบายทุกช่องทาง! โดยวางจำหน่ายตามร้านค้าชั้นนำต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ Tops Supermarket, Gourmet Market, Foodland Supermarket, Villa Supermarket, MaxValu, UFM Fuji, Big C, Tesco Lotus, Makro, ร้านหมูอนามัยภายใต้แบรนด์เบทาโกร ร้านเบทาโกรช็อป 197 สาขา และร้านเบทาโกรเดลี่ 18 สาขา นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ HappyFresh, Tops Online, Villa Market Online พร้อมเปิดบริการเดลิเวรี่ จัดส่งสินค้าหมูสด ไก่สด ไข่สด, สินค้าหมู และไก่แช่แข็ง, อาหารพร้อมปรุง และอาหารพร้อมทานกว่า 30 รายการจากร้านเบทาโกรช็อป และร้านเบทาโกรเดลี่ ส่งตรงถึงบ้านแล้ววันนี้! พร้อมโปรโมชั่นสินค้าหมุนเวียนตลอดเดือนเมษายนในราคาพิเศษ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้บริโภค และพนักงานภายในองค์กร พร้อมใจทำดีตามมาตรการโควิด-19 ภายใต้ชื่อ ‘#betagro #recover19 #เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน’ เชิญชวนทุกคนร่วมแสดงพลัง โดยการโพสต์ภาพกิจกรรม เรื่องราวการปฏิบัติตามมาตรการ หรือการทำความดีต่าง ๆ ในสื่อโซเชียลออนไลน์ เพื่อส่งต่อกำลังใจให้คนไทยทุกคน…

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เปิดเผยว่า จากกระแสที่ประชาชนหาซื้อไข่ไก่สดได้ยากลำบาก มีราคาแพง

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เปิดเผยว่า จนมีผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนนั้น โดยก่อนหน้าที่จะมีกระแสประชาชนตื่นตระหนกและซื้อไข่สดเพื่อกักตุน

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เปิดเผยว่า

กระทรวงเกษตรฯ วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนกซื้อไข่ไก่ กักตุนในครัวเรือนมากเกินควร โดยขณะนี้ได้ออกมาตรการชะลอการส่งออกไข่ไก่สดไปจำหน่ายต่างประเทศทุกประเทศ และให้ฟาร์มไก่ไข่ยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ไข่ยืนกรงออกไป เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่ในตลาดภายในประเทศ พร้อมส่งสารวัตรกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์รวบรวมและสถานที่จำหน่ายไข่ไก่สดเข้มงวด จนกว่าสถานการณ์ไข่ไก่สดขาดตลาดในประเทศจะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากกระแสที่ประชาชนหาซื้อไข่ไก่สดได้ยากลำบาก มีราคาแพง จนมีผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนนั้น โดยก่อนหน้าที่จะมีกระแสประชาชนตื่นตระหนกและซื้อไข่สดเพื่อกักตุนสำรองใช้บริโภค กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์สำรวจข้อมูลพบว่า มีแม่ไก่ไข่ยืนกรงประมาณ 49 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่สดประมาณ 41 ล้านฟองต่อวัน โดยอัตราการบริโภคไข่สดภายในประเทศ ประมาณ 39 ล้านฟองต่อวัน จึงมีไข่สดบางส่วนที่เกินความต้องการในประเทศ และผู้ประกอบการบางรายจำเป็นต้องส่งไข่ส่วนเกินออกไปจำหน่ายต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ไข่ล้นตลาดและพ่อค้าคนกลางในประเทศกดราคารับซื้อ เป็นการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ในประเทศให้เกษตรกรพออยู่ได้ไม่ขาดทุนและไม่ทำให้ผู้บริโภคในประเทศเดือดร้อน ต่อมาเมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความตื่นตระหนกของประชาชน จนเกิดกระแสการกักตุนไข่สด ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในครัวเรือนส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อไข่สดเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัวจากภาวะปกติ จนทำให้ปริมาณไข่ไก่สดขาดตลาด ประชาชนหาซื้อได้ยากขึ้นและมีราคาจำหน่ายปลีกแพงขึ้นแบบกะทันหัน และยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลง ดังนั้นเพื่อป้องกันกระแสการกักตุนไข่ไก่สด หรือป้องกันราคาสินค้าไข่ไก่สดสูงเกินต้นทุนที่แท้จริง และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้

ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ประสานเจรจาเป็นการเร่งด่วนขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการส่งออกไข่ไก่สด ในการชะลอการส่งออกไข่ไก่สดไปจำหน่ายยังต่างประเทศทุกประเทศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจะไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ด้าน นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการชะลอการส่งออกไข่ไก่สด ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สั่งการแล้ว กรมปศุสัตว์ยังแจ้งให้ฟาร์มไก่ไข่ทั่วประเทศยืดอายุการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรงออกไปตามที่แต่ละฟาร์มเห็นว่าเหมาะสม จากเดิมที่กำหนดให้ปลดแม่ไก่ยืนกรงที่อายุ 80 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ตลาด

อย่างไรก็ตาม กรมปศุสัตว์จะจัดส่งเจ้าหน้าที่สารวัตรกรมปศุสัตว์ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามศูนย์รวบรวมไข่ไก่ และสถานที่จำหน่ายไข่ไก่ ทั่วประเทศโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2559 เพื่อตรวจสอบปริมาณไข่ไก่ การเคลื่อนย้ายและแหล่งที่มาของไข่ไก่ อย่างเข้มงวด ทั้งนี้เพื่อเฝ้าระวังมิให้มีการนำไข่ไก่ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงไข่ไก่ที่ไม่สะอาดปลอดภัย แล้วนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคด้วย

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดด้านปศุสัตว์ ต้องการร้องเรียน แจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โปรดแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่น “DLD 4.0” ที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ทั้งระบบ iOS ผ่าน App Store และระบบ Android ผ่าน Google play เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบการกระทำความผิดและดำเนินการ ตามกฎหมายได้อย่างทันท่วงที…

ผวา สถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังลามไม่หยุด ทำให้ประชาชนทั่วโลกพากันตื่นตระหนก

ผวา สถานการณ์ ไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนทั่วโลกพากันตื่นตระหนก เริ่มซื้ออาหารกักตุน ขณะเดียวกันก็หาซื้อยา เวชภัณฑ์

ผวา สถานการณ์ ไวรัสโควิด-19

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังลามไม่หยุด ล่าสุด ณ วันที่ 9 มี.ค. พบผู้ป่วยเกินกว่า 1.1 แสนคน ใน 107 ประเทศ

โดยเฉพาะอิตาลีได้มีประกาศขยายมาตรการรับมือวิกฤต ด้วยการสั่งปิดประเทศถึง 3 เมษายน 2563 พร้อมทั้งขอให้ประชาชนกักตัวอยู่ในบ้าน ขณะที่สเปนอยู่ระหว่างการหารือถึงมาตรการป้องกัน แม้แต่ในสหรัฐ การแพร่ระบาดก็เริ่มทวีความรุนแรงในหลายรัฐ ส่งผลให้ประชาชนทั่วโลกพากันตื่นตระหนก เริ่มซื้ออาหารกักตุน ขณะเดียวกันก็หาซื้อยา เวชภัณฑ์ และสินค้าจำเป็นไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป หรือ TU เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การระบาดของโควิด-19 ที่แพร่ไปทั่วโลก ทำให้ประชาชนต้องการสำรองอาหารไว้รับประทานภายในบ้านมากขึ้น ที่เห็นชัดเจน คือ อิตาลีและสหรัฐอเมริกา แม้คนจำนวนมากยังออกมาดำเนินชีวิตตามปกติ แต่การซื้ออาหารกระป๋องไปสต๊อกไว้มีมากขึ้น ส่งผลให้ TU ซึ่งผลิตและส่งออกสินค้าปลากระป๋องแบรนด์มาริบลู ไปจำหน่ายในตลาดสหภาพยุโรปมียอดขายเพิ่มขึ้น “อิตาลี เห็นผลเยอะว่าคนเริ่มซื้อเก็บสต๊อกมากขึ้น เช่นเดียวกันในอเมริกา ที่เพิ่มขึ้นมาก ๆ คือ อาหารกระป๋อง ส่วนของอาหารแช่แข็งยังมีน้อย จึงต้องรอดูสถานการณ์อีกระยะ การปรับกลยุทธ์ช่วงนี้แน่นอนว่าต้องเพิ่มการทำการตลาดทางออนไลน์มากขึ้น อย่างเช่นก่อนหน้านี้ที่ทำตลาดกับทีมอลล์ในจีนซึ่งยังทำต่อ” นายธีรพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานของ TU ทั่วโลกยังเปิดดำเนินการ แต่ได้กำหนดมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ห้ามพนักงานเดินทางไปประเทศเสี่ยง และมีมาตรการเฝ้าระวังในทุกสำนักงานของเราทั่วโลก ปรับกลยุทธ์ด้วยการใช้ระบบ การประชุมทางวิดีโอ สื่อสารกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลอย่างไรต่อธุรกิจบ้าง แต่คิดว่าคงไม่กระทบอุตสาหกรรมเรามากนัก เพราะธุรกิจอาหารยังมีความจำเป็น ขณะนี้ตลาดส่งออกแบ่งเป็น อเมริกาเหนือ 41% ยุโรป 28% ไทย 12% ส่วนตลาดอื่น ๆ ซึ่งจะรวมตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย แอฟริกา อเมริกาใต้ คิดเป็น 19%   นายฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็งและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง TU กล่าวว่า สถานการณ์กุ้งและอาหารแช่เยือกแข็ง ไตรมาส 1 ปีนี้ ได้รับผลจากโรคระบาดที่จีนประกาศปิดประเทศตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้การขนส่งทางเรือหยุดลงทั้งหมด การส่งออกไปตลาดจีนซึ่งตลาดดาวรุ่งของไทยคิดเป็น 10% ของผลผลิตรวมของประเทศต้องหยุดชะงักไป แต่หวังว่าสถานการณ์ระบาดในจีนดีขึ้น เพราะอัตราการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าอัตราผู้ป่วยที่รักษาหาย แต่ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะ “ผลจากการระบาดโควิด-19 ทำให้ผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่อย่างเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก กับอินเดีย ส่งกุ้งเข้าไปจีนไม่ได้ เพราะการขนส่งทางเรือหยุดหมด สินค้าจึงไหลไปอเมริกาและสหภาพยุโรป ส่งผลให้ราคากุ้งปรับลดลง แต่ยังโชคดีเพราะเป็นจังหวะช่วงโลว์ซีซั่นของการผลิตจึงกระทบไม่มาก” นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหารและประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การระบาดของไวรัสโควิด ส่งผลดีต่อการส่งออกถุงมือยางของบริษัทช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกที่เสริมเข้ามาช่วยเพิ่มความต้องการใช้ ไม่ใช่เฉพาะจีน แต่ตอนนี้มีลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศ เช่น กลุ่มบริษัท โรงแรม สายการบินต่าง ๆ และผู้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ตะวันออกกลาง ติดต่อสั่งซื้อเข้ามาเป็นการด่วน ทำให้บริษัทต้องเพิ่มกำลังการผลิตเต็ม 100% หรือประมาณ 30,000-33,000 ล้านชิ้น/เดือน โดยจะเน้นส่งมอบลูกค้ากลุ่มเดิมก่อนทยอยส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ และต้องเตรียมสต๊อกวัตถุดิบน้ำยางดิบ เพื่อผลิตถุงมือยางธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการใช้ เพราะใกล้เข้าสู่ช่วงหยุดกรีดยางแล้ว”สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลาดถุงมือยางโลกคึกคักขึ้น ความต้องการค้าเพิ่มขึ้นจาก 3 แสนล้านชิ้น เป็น 3.3 แสนล้านชิ้น หรือขยายตัวเพิ่ม 10% เราเป็นเบอร์ 3 ของโลก ผลิตได้ 30,000 ล้านชิ้น/เดือน เมื่อเกิดโรคระบาด ความต้องการด้านการแพทย์เพิ่มขึ้นก่อน จากนั้นทุกอุตสาหกรรมก็ต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สายการบิน บริษัททั่ว ๆ ไป”นายวิทย์นาถ สินเจริญกุล Strategic Branding Executive บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) หรือ STGT กล่าวว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อถุงมือยางต่อเนื่องไปถึงเดือน มิ.ย.-ก.ค.แล้ว เทียบกับปีก่อนน่าจะเพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนเดินเครื่องผลิต 16,000-18,000 ล้านชิ้น/เดือน คาดว่าปีนี้ยอดขายน่าจะเพิ่มขึ้น 10-20% ด้านนายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธาน บจ.เอเซีย โกลเด้นไรซ์ ผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ความต้องการข้าวในตลาดต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน

โดยเฉพาะตลาดฮ่องกงคาดว่าจะเพิ่มมากถึง 15% เพราะข้าวเป็นสินค้าจำเป็น เนื่องจากประชาชนถูกกักบริเวณให้ใช้ชีวิตในบ้าน ออกมาจับจ่ายได้ยาก ภัตตาคาร ร้านอาหารหยุดเกือบหมด จึงต้องซื้อข้าวไปสต๊อก ทั้งนี้ปกติข้าวจากไทยจะส่งไปจีนผ่านทางเสิ่นเจิ้นและกว่างโจวเป็นหลัก ตอนนี้ยังสามารถส่งออกได้ ส่วนความต้องการนำเข้าข้าวจะมีมากขึ้นเพียงใด ต้องประเมินอีกระยะหนึ่ง เพราะขณะนี้ไทยประสบปัญหาภัยแล้งผลผลิตลดลง…

เจ้าของร้าน เจ๊จง ชวนมอเตอร์ไซค์วิน-แซ็กซี่ รับข้าวหมูทอดไปขายเพิ่มกำไรกล่องละ 7 บาท สามารถเพิ่มรายได้สู้โควิด-19

เจ้าของร้าน เจ๊จง ลุกขึ้นมาประกาศช่วยสร้างโอกาสสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์วิน และคนขับแท็กซี่ ให้มีรายได้เลี้ยงชีพด้วยการนำข้าวหมูทอดใส่กล่องไปขายตามหมู่บ้าน

เจ้าของร้าน เจ๊จง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก การทำงานหยุดชะงักจนขาดรายได้ เกิดวิกฤติในอาชีพจนเป็นที่ลำบากกันถ้วนหน้า

อย่างไรก็ตาม ในความยากลำบากเรากลับได้เห็นมุมดีๆ ในสังคมไทยที่ยังมีน้ำใจให้กันเสมอ เช่นกรณีของของเจ๊จง ซึ่งเจ้าของร้าน “หมูทอดเจ๊จง” ที่ก่อนหน้านี้ เคยแสดงน้ำใจด้วยการแบ่งปันข้าวหมูทอดแสนอร่อยให้กับบุคลากรการแพทย์ ที่ทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาออกมาซื้อกับข้าว ส่งข้าวกล่องให้กับโรงพยาบาลราชวิถี และ บำราญฯ ภายใต้ชื่อโครงการ Chefs For Chance นอกจากนี้ เจ๊จงยังแจกอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับชาวบ้านในชุมชนต่าง ๆ ที่บางคนเดือดร้อนจากภาวะตกงานอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด เจ๊จง ลุกขึ้นมาประกาศช่วยสร้างโอกาสสำหรับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์วิน และคนขับแท็กซี่ ให้มีรายได้เลี้ยงชีพด้วยการนำข้าวหมูทอดใส่กล่องไปขายตามหมู่บ้าน หรือชุมชนต่าง ๆ โดยผู้นำไปขายต่อจะได้กำไรต่อกล่องที่กล่องละ 7 บาท และไม่ต้องจ่ายเงินก่อน เพียงแค่นำหลักฐานมาแสดงกับทางร้าน พร้อมระบุพื้นที่ที่ต้องการเพื่อไม่ให้เกิดความซับซ้อน จากนั้นขายได้เท่าไหร่ก็บวกกำไรไป สร้างรายได้เพิ่มจากวิกฤติในเวลานี้

โดยเจ๊จงบอกถึงแรงบันดาลใจ ระบุว่า อยากช่วยให้คนที่เดือดร้อนมีรายได้ ในเวลาวิกฤตแบบนี้ต้องลุกขึ้นมาช่วยกัน หากแค่ให้เงิน-แจกเงิน เดี๋ยวก็หมดไป แต่ถ้าให้วิธีหารายได้ก็จะยั่งยืนกว่า

“เราให้วิชาหาเงิน แจกของที่จำเป็นให้บรรเทาความเดือดร้อน เชื่อเจ๊เถอะ ไม่ต้องรอเวลาว่าเมื่อไหร่เงินจะมา แต่ให้ลุกขึ้นมาแล้วออกไปหาเงิน” เจ๊จง กล่าว…

กรมราชทัณฑ์ สั่งสอบปมผู้ต้องขัง เรือนจำพิษณุโลก เสียชีวิตต่อเนื่อง 4 ราย เร่งหาสาเหตุ

กรมราชทัณฑ์  เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พบมีผู้ต้องขังป่วยเสียชีวิต ไล่เลี่ยกันถึง 4 ราย ในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก

กรมราชทัณฑ์ 

พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พบมีผู้ต้องขังป่วยเสียชีวิต ในช่วงปีใหม่ 2563 ไล่เลี่ยกันถึง 4 ราย ในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ว่า วันนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้ส่งผู้อำนวยการกองบริการทางการแพทย์และได้รับความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ร่วมกันลงพื้นที่ไปตรวจสอบสาเหตุที่โรงพยาบาลวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องขัง ทั้ง 4 ราย อาจเสียชีวิตด้วยโรคที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร โดยมีอาการแขนขาชา อ่อนแรงด้วยภาวะโพแทสเซียมต่ำ เบื้องต้น ทางกรมราชทัณฑ์ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.รัฐกฤษณ์ ใจจริง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม เป็นประธาน คาดว่า เมื่อผลการชันสูตรพลิกศพผู้ตายทั้ง 4 รายออกมาแล้ว คงสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสนอได้ว่ามีข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องในกระบวนการจัดซื้อและตรวจรับอาหารดิบหรือไม่ จากนั้น ต้องไปดูคุณภาพของอาหาร รวมทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับอาหารดิบของเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก ว่าถูกต้องครบถ้วน โปร่งใส และมีคุณภาพดีตามสเปคหรือไม่ โดยปีนี้ได้ใช้วิธีการคัดเลือกตามกฎกระทรวงการคลัง จึงไม่น่าจะมีประเด็นการส่งอาหารด้อยคุณภาพให้เรือนจำ…