ธันวาคม 1, 2020
กทท

กทท ยันค่าภาระท่าเทียบเรือแหลมฉบังเป็นธรรมสะท้อนต้นทุน

กทท  แจงค่าภาระท่าเทียบเรือชายฝั่ง ท่าเทียบเรือ A แหลมฉบัง เป็นธรรมและสะท้อนต้นทุน

เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ที่ได้มีการออกมาเปิดเผยว่า ได้มีการเปิดให้บริการท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) อย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2563 เนื่องจากนี้ที่ผ่านมา ทลฉ.ยังไม่มีท่าเทียบเรือชายฝั่งเป็นการเฉพาะ จึงทำให้เรือชายฝั่งต้องไปเทียบท่าที่ท่าเทียบเรือในระหว่างประเทศเป็นการชั่วคราว จึงทำให้เกิดปัญหาในการรอคอยเข้าเทียบท่าของเรือชายฝั่งที่ท่าเทียบเรือในระหว่างประเทศ เพราะท่าเทียบเรือในระหว่างประเทศมีเรือสินค้าในระหว่างประเทศให้บริการอยู่ จึงทำให้เรือชายฝั่งไม่สามารถเข้าเทียบท่าบรรทุกตู้สินค้าขาเข้า เพื่อเป็นการนำไปส่งยังท่าปลายทางได้อย่างทันเวลากับความต้องการของผู้นำเข้าสินค้า จึงทำให้เกิดค่าภาระฝากเก็บตู้สินค้า (Container Storage) และจึงได้มีการเป็นปัญหาในระหว่างผู้นำเข้าสินค้า สายการเดินเรือ และผู้ประกอบการท่าเรือในระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่องจนถึงในปัจจุบัน

โดย ที่ได้มีการเรียกเก็บค่าภาระยกขนและเคลื่อนย้ายตู้สินค้าของท่าเทียบเรือ A ประกอบด้วย กิจกรรมการขนส่งตู้สินค้าในระหว่างท่าเทียบเรือในระหว่างประเทศถึงท่าเทียบเรือ A จากรถบรรทุกตู้สินค้าลงในลานตู้สินค้าของท่าเทียบเรือ A และในการยกขนตู้สินค้าจากลานตู้สินค้าขึ้นรถบรรทุกตู้สินค้าไปยังหน้าท่าเทียบเรือ A และเป็นการใช้ปั้นจั่นหน้าท่ายกขนตู้สินค้าบรรทุกลงเรือชายฝั่ง เพื่อให้เรือสินค้าชายฝั่งที่ได้ออกมารับตู้สินค้าขาเข้าที่ ทลฉ. ที่ได้มีการดำเนินการบรรทุกตู้สินค้าลงเรือ (Loading Container)

ซึ่ง ได้มีประกาศกำหนดอัตราค่าภาระยกขนและเคลื่อนย้ายตู้สินค้าของท่าเทียบเรือ A ในอัตรา 1,545 บาท/ตู้ ทุกขนาด ทุกสถานภาพ ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กถุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และต่อมา ได้มีประกาศปรับลดอัตราค่าภาระฯ จากเดิมลดลง 20% เป็นการจัดเก็บในอัตรา 1,236 บาท/ตู้ ทุกขนาด ทุกสถานภาพ โดยที่ได้เป็นอัตราที่คำนวณและสะท้อนมาจากการต้นทุนการดำเนินการ และได้มีการรับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 58 ซึ่งเป็นอัตราขั้นต่ำในระยะที่ได้มีการเริ่มแรกของการเปิดดำเนินการ

ดังนั้นในการเปิดดำเนินการท่าเทียบเรือ A เพื่อให้บริการขนส่งตู้สินค้าในระหว่างท่าเทียบเรือระหว่างประเทศถึงท่าเทียบเรือ A เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและลดระยะเวลารอคอยเทียบท่าของเรือสินค้าชายฝั่ง มีส่วนที่สำคัญในการสนองตอบนโยบายรัฐบาลในการเร่งพัฒนาการขนส่งทางน้ำ ที่มาพร้อมทั้งการส่งเสริมให้การเป็นการพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับ ทลฉ.เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบขนส่ง (Shift Mode) จากทางถนนเป็นทางรางและทางลำน้ำ ซึ่งเป็นการพัฒนาและลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศโดยรวม

ทั้งนี้ มีความมุ่งมั่นที่จะได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือให้มีความทันสมัย เพื่อให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ในการสนับสนุนการขนส่งสินค้าออกไปยังต่างประเทศ และลดระยะเวลาการรอคอยของเรือสินค้าชายฝั่งที่ต้องใช้ท่าเรือในระหว่างประเทศร่วมกับเรือสินค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งลดระยะเวลาการส่งมอบสินค้า (Transit Time) ให้แก่ผู้นำที่ได้มีหารเข้าสินค้าจากในปัจจุบัน จึงทำให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยรวม รวมไปจนถึงลดการใช้พลังงาน เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจร ยกระดับการเป็นท่าเรือหลักในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และเป็นประตูการค้าหลักของระดับภูมิภาค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *