พฤษภาคม 30, 2020
ณัฏฐ์ชนน สละเงินเดือน

ณัฏฐ์ชนน สละเงินเดือน ส.ส.ซื้อข้าวสาร 8500 กก ด้านของอุปโภค-บริโภคหลัง เครื่องป้องกัน “โควิด-19”

ณัฏฐ์ชนน สละเงินเดือน แจกชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมจุดประกายวิธีคิดใหม่ช่วยเหลือ ด้านของอุปโภค-บริโภคหลัง เครื่องป้องกัน “โควิด-19”

ณัฏฐ์ชนน สละเงินเดือน

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.63 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่นั้น อุปกรณ์การป้องกันต่างๆ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ยาฆ่าเชื้อสำหรับฉีดพ่น และอุปกรณ์สำหรับแพทย์ถือว่ามีเกือบครบแล้ว เพราะได้รับน้ำใจจากหลายหน่วยงานนำมาบริจาคกันมากมาย แต่ปัญหาสำคัญที่กำลังตามมา คือ เรื่องปากท้องของชาวบ้านโดยเฉพาะข้าวสาร เพราะภาคใต้นั้นมีนาข้าวอยู่น้อย ไม่เหมือนกับภาคกลางและภาคอีสาน ดังนั้นตนจึงขอนำเงินเดือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของตนจำนวนหนึ่งไปซื้อข้าวสาร 170 กระสอบๆละ 50 กิโลกรัม รวม 8,500 กิโลกรัม เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยประสานกับทางชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่เขต 7 จ.สงชลา ประกอบไปด้วย อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย และ อ.สะเดา เพื่อเป็นตัวแทนรับมอบไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้าน “ตอนที่ผมลงพื้นที่ชาวบ้านบอกว่าลำบากมาก เรื่องอาหารการกินโดยเฉพาะข้าวสาร ซึ่งมีราคาดีดตัวขึ้นไปสูงมาก เพราะต้องขนส่งมาจากภาคอื่น พวกผักท้องถิ่น กุ้ง หอย ปู ปลา ยังพอหาในแม่น้ำในทะเลได้บ้าง ดังนั้นผมจึงคิดว่าเรื่องข้าวนี่สำคัญมาก ผมจึงอยากเป็นคนจุดประกายในวิธีคิด เพราะขณะนี้เราพอที่จะควบคุมโรค และแจกจ่ายอุปกรณ์ต่างๆได้เกือบคลอบคลุมแล้ว แต่ผลที่จะตามมานั้นคือปัญหาปากท้อง เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาที่สูงขึ้น ซึ่งขั้นต่อไปหลังการแจกอุปกรณ์ป้องกันโรค คือ ต้องช่วยเหลือด้านอาหารการกิน” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า เรื่องต่อไปที่ทางรัฐบาลจะหันมามองหลังจากควบคุมโรคได้แล้ว คือ เรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ว่า จะมีวิธีการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง นอกจากการแจกเงินเยียวยาแล้ว ตนคิดว่าการช่วยเหลือด้านของอุปโภคบริโภคเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ซึ่งการแจกข้าวนั้นถือว่าเป็นการช่วยเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย หากการแจกข้าวนี้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้ ต่อไปตนอาจจะหาไข่ไก่หรืออาหารอื่นๆมาแจกต่อไปตามกำลังที่มี ซึ่งตนก็หวังว่าหากทำแล้วได้ผลดี ส.ส.ในพื้นที่อื่นๆก็อาจจะนำแนวทางนี้ไปใช้บ้าง ก็น่าจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *